Beauty & Wellness•2 ตุลาคม 2026•อ่าน 8 นาที

Gut-Skin Axis คืออะไร? ทำไมผิวดีเริ่มต้นที่ลำไส้ พร้อมรู้จัก SG105 โพรไบโอติกเพื่อผิวตามวัย

prove+ Wellness Editorial Team

ผู้เขียน

Gut-Skin Axis คืออะไร? ทำไมผิวดีเริ่มต้นที่ลำไส้ พร้อมรู้จัก SG105 โพรไบโอติกเพื่อผิวตามวัย

บทความนี้จะพาไปรู้จัก Gut-Skin Axis อนุมูลอิสระ และ SG105 — เพราะผิวที่ดูสุขภาพดีได้รับการดูแลทั้งจากสกินแคร์ภายนอกและสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย

เคยสังเกตไหมว่าช่วงที่นอนน้อย เครียด หรือกินอาหารไม่ค่อยดี ผิวมักดูหมอง แห้ง และไม่สดใสเหมือนเดิม ทั้งที่ยังใช้สกินแคร์ตัวเดิมทุกวัน? สุขภาพผิวไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ทาจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย โดยเฉพาะที่ ลำไส้

นักวิจัยเรียกความเชื่อมโยงนี้ว่า Gut-Skin Axis หรือแกนลำไส้-ผิว ซึ่งเป็นการสื่อสารระหว่างจุลินทรีย์ในลำไส้กับผิวหนังผ่านระบบภูมิคุ้มกัน สารที่จุลินทรีย์ผลิต และการดูดซึมสารอาหาร [1][2] บทความนี้จะอธิบายว่าลำไส้ส่งผลต่อผิวอย่างไร ผิวแก่ตามวัยเกิดจากอะไร และงานวิจัยของ SG105 โพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะจาก Syngen ไต้หวัน มีข้อมูลอะไรบ้าง

Gut-Skin Axis: ลำไส้ “คุย” กับผิวได้อย่างไร

ความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เกิดจากเส้นทางเดียว แต่เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงจุลินทรีย์ในลำไส้ สัญญาณภูมิคุ้มกัน เกราะป้องกันลำไส้ และสารอาหารที่ไปถึงผิว

1. ระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ

เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุล (dysbiosis) ร่างกายอาจเกิดการอักเสบระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งงานวิจัยพบว่าเกี่ยวข้องกับปัญหาผิวหลายอย่าง [2]

2. สารที่จุลินทรีย์ดีผลิต

จุลินทรีย์ดีผลิตกรดไขมันสายสั้น (SCFAs) และสารอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมเกราะป้องกันของลำไส้ สารเหล่านี้เข้าสู่กระแสเลือดและมีผลต่อผิวได้ [2]

3. เกราะป้องกันที่ทำงานคล้ายกัน

ทั้งลำไส้และผิวมีเกราะป้องกันที่คล้ายกัน เมื่อเกราะในลำไส้อ่อนแอ เกราะของผิวก็มักได้รับผลกระทบตามไปด้วย [1][2]

4. การดูดซึมสารอาหารเพื่อผิว

วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระที่ผิวต้องการต้องถูกดูดซึมผ่านลำไส้ ลำไส้ที่สมดุลจึงช่วยให้ร่างกายใช้สารอาหารเหล่านี้ได้ดีขึ้น

ภาพอธิบายความเชื่อมโยงระหว่างลำไส้กับผิว
ลำไส้และผิวเชื่อมโยงกันผ่านภูมิคุ้มกัน เกราะป้องกัน และสารที่จุลินทรีย์ผลิต

ผิวแก่ตามวัยเกิดจากอะไร? รู้จัก “อนุมูลอิสระ”

เมื่ออายุมากขึ้น แสงแดด ฝุ่น PM2.5 ความเครียด และการพักผ่อนไม่พออาจทำให้เกิด อนุมูลอิสระ มากขึ้น อนุมูลอิสระทำลายคอลลาเจน ไขมันในผิว และ DNA ของเซลล์ ภาวะนี้เรียกว่า oxidative stress และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และผิวหมอง [3]

ร่างกายมีเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระของตัวเอง เช่น SOD (superoxide dismutase) และ catalase แต่ระบบนี้อาจทำงานได้น้อยลงตามอายุ [3] นอกจากนี้ เซลล์ที่เสื่อมสภาพ (senescent cells) ยังสะสมในผิวมากขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้น [4] น้ำตาลในเลือดก็เป็นอีกปัจจัย เพราะน้ำตาลที่สูงเกินไปทำให้เกิด glycation ซึ่งทำให้คอลลาเจนแข็งและเปราะ ผิวจึงสูญเสียความยืดหยุ่น [5]

SG105 คืออะไร?

SG105 คือโพรไบโอติกสายพันธุ์ Bifidobacterium animalis subsp. lactis SG105 ที่คัดเลือกและพัฒนาโดย Syngen Biotech ประเทศไต้หวัน ผู้เชี่ยวชาญด้านโพรไบโอติกมากกว่า 20 ปี

ทำไมรหัสสายพันธุ์จึงสำคัญ? เพราะประโยชน์ของโพรไบโอติกเป็นแบบ “เฉพาะสายพันธุ์” Bifidobacterium lactis ต่างสายพันธุ์อาจให้ผลไม่เหมือนกัน การเลือกโพรไบโอติกจึงควรดูทั้งชื่อสายพันธุ์และรหัส [6]

ผลการศึกษาของ SG105

ในการศึกษาระดับเซลล์ SG105 ช่วยลดค่า SA-β-gal ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ของเซลล์ที่เสื่อมสภาพ [4][7] และในการศึกษาในหนูสูงวัยที่ได้รับ SG105 เป็นเวลา 13 สัปดาห์ พบผลดังนี้ [7]

ตัวชี้วัดหมายถึงผลที่พบ
TBARS (ในสมอง)การทำลายไขมันจากอนุมูลอิสระลดลง 37%
8-OHdG (ในสมอง)ความเสียหายของ DNA จากอนุมูลอิสระลดลง 42%
SODเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น 49%
Catalaseเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น 31%
น้ำตาลในเลือดปัจจัยที่เกี่ยวกับ glycationลดลง 23%
HDLคอเลสเตอรอลชนิดดีเพิ่มขึ้น 29%

นอกจากนี้ หนูกลุ่มที่ได้รับ SG105 ยังมีลักษณะขนและผิวที่ดีกว่ากลุ่มควบคุม [7] และ SG105 มีข้อมูลความคงตัวที่ 100,000 ล้าน CFU/กรัม นาน 24 เดือนที่อุณหภูมิ 25°C [7]

หมายเหตุสำคัญ: ข้อมูลข้างต้นเป็นงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองโดย Syngen Biotech เป็นหลักฐานเบื้องต้นเพื่อช่วยอธิบายกลไก ยังไม่ใช่ผลการทดลองในคน
อินโฟกราฟิกข้อมูลการศึกษาของโพรไบโอติก SG105
SG105: โพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะสำหรับการดูแลลำไส้และผิวในชีวิตประจำวัน
อินโฟกราฟิกผลการศึกษาของ SG105
อินโฟกราฟิกผลการศึกษาในหนูสูงวัยเป็นเวลา 13 สัปดาห์จากข้อมูลต้นฉบับ

ไม่ใช่แค่โพรไบโอติก: สารสกัดพรีเมียมเพื่อผิว

สารสกัดข้าวญี่ปุ่น PHYTOCERA®

เซราไมด์คือไขมันที่ช่วยสร้างเกราะป้องกันผิวและกักเก็บความชุ่มชื้น แต่จะลดลงตามอายุ งานวิจัยในคนพบว่าการรับประทานกลูโคซิลเซราไมด์จากข้าวช่วยลดการสูญเสียน้ำผ่านผิว (TEWL) ได้ [8][9]

สารสกัดรังนก

รังนกมีกรดไซอะลิก (sialic acid) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเซลล์ งานวิจัยในอาสาสมัครที่รับประทานรังนกเป็นเวลา 90 วันรายงานว่าผิวมีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น [10]

วิตามินซี

วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และร่างกายต้องใช้วิตามินซีในการสร้างคอลลาเจน [11]

LumiPro แตกต่างอย่างไร?

LumiPro จาก Prove+ รวม SG105 เข้ากับสารสกัดเพื่อผิวไว้ในซองเดียว:

  • SG105 เป็นสายพันธุ์หลัก พร้อมโพรไบโอติกอีก 4 สายพันธุ์ รวมถึง Bacillus coagulans BC198 และพรีไบโอติก 2 ชนิด (synbiotics)
  • PHYTOCERA® จากข้าวญี่ปุ่น + สารสกัดรังนก + วิตามินซี เพื่อช่วยดูแลผิวจากภายใน
  • เทคโนโลยี 5-layer encapsulation เคลือบ 5 ชั้น ช่วยให้โพรไบโอติกรอดผ่านกรดในกระเพาะไปถึงลำไส้ และได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรจากเยอรมนี
  • เม็ดจิ๋วรสโยเกิร์ต ฉีกซองทานได้เลย ไม่ต้องดื่มน้ำตาม
  • ผลิตโดย Syngen Biotech ไต้หวัน ตามมาตรฐาน GMP PIC/S, ISO 22000 และ NSF

ทาน LumiPro อย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด

ทาน วันละ 1 ซอง ตอนท้องว่าง เช่น 30 นาทีก่อนอาหารเช้า ซึ่งเป็นช่วงที่กรดในกระเพาะต่ำและจุลินทรีย์อาจรอดไปถึงลำไส้ได้มากขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือทานให้สม่ำเสมอทุกวัน

คำแนะนำการดูแลลำไส้และผิวในชีวิตประจำวัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

SG105 ต่างจากโพรไบโอติกทั่วไปอย่างไร?

โพรไบโอติกส่วนใหญ่ถูกศึกษาด้านระบบขับถ่าย ส่วน SG105 ถูกศึกษาเรื่องอนุมูลอิสระและการเสื่อมของเซลล์ตามวัย ซึ่งเชื่อมโยงกับผิวผ่าน Gut-Skin Axis [7]

ต้องทานนานแค่ไหนถึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิว?

ผิวใช้เวลาผลัดเซลล์ใหม่ประมาณ 4 สัปดาห์ และอาจนานขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น บทความต้นฉบับแนะนำให้ทานต่อเนื่องอย่างน้อย 2–3 เดือน แล้วสังเกตผลด้วยตัวเอง ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ทาน LumiPro แทนครีมกันแดดหรือสกินแคร์ได้ไหม?

ไม่ได้ LumiPro ช่วยดูแลจากภายใน แต่ผิวยังต้องการการปกป้องจากภายนอก ควรทาครีมกันแดดทุกวัน นอนหลับให้พอ และดื่มน้ำให้เพียงพอ

ใครทานได้บ้าง?

ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์หรือผู้มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อน ผู้ที่แพ้นมวัวไม่แนะนำให้ทาน เพราะมีส่วนผสมจากนม

ทานพร้อม FlowPro หรือ AllerPro ได้ไหม?

ทานร่วมกับอาหารเสริมอื่นได้ แต่ควรทานห่างจากยาปฏิชีวนะอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

สรุป

ผิวที่ดีเริ่มต้นจากลำไส้ที่สมดุล การดูแลผิวตามวัยจึงควรทำทั้งจากภายนอกและภายใน LumiPro จาก Prove+ รวมโพรไบโอติกสายพันธุ์เฉพาะ SG105 ที่มีงานวิจัยด้านอนุมูลอิสระ เข้ากับสารสกัดข้าวญี่ปุ่นและรังนก เพื่อเป็นตัวช่วยดูแลผิวจากภายในในทุกวัน

PROVE+ Proof in every dose, plus in every need
พรูฟพลัส พรูฟแล้วว่าดี
LumiPro โพรไบโอติก SG105 รสโยเกิร์ตจาก Prove+

รู้จัก LumiPro

ซินไบโอติกรสโยเกิร์ตที่รวม SG105 และสารสกัดเพื่อผิวไว้ในซองเดียว ทานง่ายในทุกวัน

ดูรายละเอียด LumiPro

เริ่มดูแลผิวจากภายในได้แล้ววันนี้

ShopeeTikTokLazada
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรกินอาหารหลากหลาย ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ
อ้างอิง
  1. Salem, I., Ramser, A., Isham, N., & Ghannoum, M.A. (2018). The Gut Microbiome as a Major Regulator of the Gut-Skin Axis. Frontiers in Microbiology, 9, 1459.
  2. De Pessemier, B. et al. (2021). Gut–Skin Axis: Current Knowledge of the Interrelationship between Microbial Dysbiosis and Skin Conditions. Microorganisms, 9(2), 353.
  3. Rinnerthaler, M. et al. (2015). Oxidative Stress in Aging Human Skin. Biomolecules, 5(2), 545–589.
  4. Wang, A.S. & Dreesen, O. (2018). Biomarkers of Cellular Senescence and Skin Aging. Frontiers in Genetics, 9, 247.
  5. Gkogkolou, P. & Böhm, M. (2012). Advanced glycation end products: Key players in skin aging? Dermato-Endocrinology, 4(3), 259–270.
  6. Hill, C. et al. (2014). Expert consensus document on the scope and appropriate use of the term probiotic. Nature Reviews Gastroenterology & Hepatology, 11(8), 506–514.
  7. Syngen Biotech (Taiwan). Bifidobacterium animalis subsp. lactis SG105 in vitro, in vivo and stability data. Manufacturer technical data.
  8. Uchiyama, T. et al. (2008). Oral Intake of Glucosylceramide. Journal of Health Science, 54(5), 559–566.
  9. Takara, T. et al. (2021). Oryza Ceramide® and facial skin dehydration in Japanese subjects. Functional Foods in Health and Disease, 11(8), 385–407.
  10. Zhang, W. et al. (2026). Dietary edible bird’s nest improves skin hydration. Journal of Functional Foods, 140.
  11. Pullar, J.M., Carr, A.C. & Vissers, M.C.M. (2017). The Roles of Vitamin C in Skin Health. Nutrients, 9(8), 866.